หัวข้อ: สับยาง เริ่มหัวข้อโดย: joj5555 ที่ 31 กรกฎาคม 2012, 12:52:05 ขอราคาค่าตั้งศูนถ่วงล้อสับยางหน่อยครับ ว่าจะไปทำอยู่
หัวข้อ: Re: สับยาง เริ่มหัวข้อโดย: nakarin ที่ 31 กรกฎาคม 2012, 13:01:42 ค่าตั้งศูนย์ 300 ค่าสับยางถ่วงล้อ ล้อละ 50 บาท
ประมาณนั้น หัวข้อ: Re: สับยาง เริ่มหัวข้อโดย: Alex007 ที่ 31 กรกฎาคม 2012, 21:01:26 แล้วเวลาสลับยาง..สมาชิกสลับแบบไหนครับ..หน้าไปหลัง หลังไปหน้า แค่นั้น...หรือว่า หน้าไปหลัง แล้วหลังซ้ายสลับไปหน้าขวา หลังขวาสลับไปหน้าซ้าย หมายถึงสลับไขว้รึเปล่าครับ? หรือสลับหน้าหลังเฉพาะฝั่งใครฝั่งมัน? ::)
หัวข้อ: Re: สับยาง เริ่มหัวข้อโดย: mudek007 ที่ 31 กรกฎาคม 2012, 21:13:30 แล้วเวลาสลับยาง..สมาชิกสลับแบบไหนครับ..หน้าไปหลัง หลังไปหน้า แค่นั้น...หรือว่า หน้าไปหลัง แล้วหลังซ้ายสลับไปหน้าขวา หลังขวาสลับไปหน้าซ้าย หมายถึงสลับไขว้รึเปล่าครับ? หรือสลับหน้าหลังเฉพาะฝั่งใครฝั่งมัน? ::) ขอฟังด้วยคนคร๊าบบบ :-[หัวข้อ: Re: สับยาง เริ่มหัวข้อโดย: ham_ter ที่ 31 กรกฎาคม 2012, 22:33:10 แล้วเวลาสลับยาง..สมาชิกสลับแบบไหนครับ..หน้าไปหลัง หลังไปหน้า แค่นั้น...หรือว่า หน้าไปหลัง แล้วหลังซ้ายสลับไปหน้าขวา หลังขวาสลับไปหน้าซ้าย หมายถึงสลับไขว้รึเปล่าครับ? หรือสลับหน้าหลังเฉพาะฝั่งใครฝั่งมัน? ::) ถ้าพวกดอกลายสปอร์ทแบบหน้ายางชี้ทางเดียวหรือพวกดอกไม่สมมาตร ซ้ายขวาไม่เหมือนกัน มักจะสลับแค่หน้ากับหลัง ไม่มีสลับซ้ายขวา แต่ถ้าดอกยางสมมาตร ขวาซ้ายเหมือนกัน สลับตามนี้ สลับยางอย่างถูกวิธี รถแต่ละประเภทจะมีการสึกหรอแตกต่างกัน การสลับยางนั้น มีเหตุผล เพื่อให้การสึกหรอของดอกยางในส่วนของล้อด้านหน้าและล้อด้านหลัง มีการสึกหรอที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ (AW : ALL WHEEL TIME หรือ FULL-TIME) หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ PART-TIME ซึ่งรถแต่ละประเภท จะมีการสึกหรอของยางที่แตกต่างกันไป ตามการขับเคลื่อนของล้อ รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า (FRONT WHEEL DRIVE) ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนของรถ การสึกหรอของยางในคู่หน้าจะมีมากกว่ายางคู่หลังโดยเฉลี่ย 2-3 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากภาระต่าง ๆ จะตกอยู่ที่ด้านหน้าเป็นส่วนมาก ทั้งระบบขับเคลื่อนให้ล้อเสียดสีกับพื้นถนนขับเคลื่อนไปข้างหน้า การบังคับทิศทางการเลี้ยวก็ตกอยู่ที่ด้านหน้า รวมถึงการเบรกหยุดความเร็วรถ หากไม่ทำการสลับยางตามกำหนดระยะเวลา ผลที่จะตามมาคือ เรื่องของการสึกหรอของยางทั้ง 4 เส้นจะไม่เท่ากัน และจะส่งผลไปถึงเรื่องของการผิดปรกติของศูนย์รถที่ไม่สมดุล นอกจากนี้ การสึกหรอของยางที่ไม่เท่ากันมาก ๆ เรื่องของการเบรกดึงซ้ายหรือดึงขวาไปด้านใดด้านหนึ่ง ก็เกิดจากสาเหตุของยางประการหนึ่งเช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้หากเกิดขึ้นขณะใช้ความเร็วสูง ๆ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ (รูปที่ 1) การสลับยางที่ดี ควรทำการสลับยางทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร โดยในการสลับยางครั้งแรกจะทำการสลับยางในลักษณะเปลี่ยนยางจากล้อหลังมาไว้ล้อหน้า และเปลี่ยนจากล้อหน้าไปไว้ล้อหลัง ซึ่งในการเปลี่ยนสลับจะทำการสลับเป็นฝั่งไป คือ ยางหน้าฝั่งซ้าย สลับกับยางหลังฝั่งซ้าย และยางหน้าฝั่งขวา สลับกับยางหลังฝั่งขวา ที่สำคัญ หลังการสลับยางเสร็จสิ้นในทุก 10,000 กิโลเมตร ควรทำการถ่วงล้อทั้ง 4 ล้อ ตรวจเช็กสภาพของผ้าเบรกว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ปรกติ ตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจวัดระดับน้ำมันเบรกในกระปุกปั๊ม ตรวจสอบช็อกแอบซอร์เบอร์ และลูกหมาก ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ ตรวจเช็กศูนย์ล้อ รวมถึงเรื่องของการอัดจาระบีดุมล้อ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของระบบช่วงล่าง (รูปที่ 2) หลังจากใช้งานต่อไปจนถึง 20,000 กิโลเมตร หรือครบรอบอีก 10,000 กิโลเมตร การสลับยางครั้งนี้ จะแตกต่างจากการสลับยางใน 10,000 กิโลเมตรแรก ซึ่งวิธีการสลับยางจะเป็นลักษณะไขว้ โดยจะทำการเปลี่ยนยางล้อขวาหน้าไปไว้ล้อหลังซ้าย ล้อหลังซ้ายสลับแทนที่ยางหน้าขวา ส่วนยางหน้าซ้ายจะเปลี่ยนสลับกับยางหลังขวา ซึ่งในการเปลี่ยนสลับยางครั้งนี้ สิ่งที่ต้องสังเกต คือ ทิศของหน้ายาง หรือลูกศรบอกตำแหน่งของยางอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ ในกรณีที่สลับยางแล้วลายดอกยางย้อนศร อันนี้ต้องให้ร้านยางทำการกลับด้านยางให้ถูกต้อง *** หลังจากนั้นให้ทำการตรวจเช็กร่วมเช่นเดียวกับ 10,000 กิโลเมตรในทุกครั้งที่ทำการสลับยาง (รูปที่ 3) เมื่อเข้าถึง 30,000 กิโลเมตร การสลับยางจะเป็นดังเช่นการสลับยางในครั้งแรก นั่นคือ สลับยาง ล้อหน้าซ้ายไปไว้ล้อหลังซ้าย และล้อหน้าขวาสลับยางกับล้อหลังขวา เหตุผลที่ต้องทำการสลับยางในลักษณะเช่นนี้ เพื่อให้ยางทั้ง 4 เส้นมีการสึกหรอที่เท่าเทียมกัน เนื่องจากยางทั้ง 4 เส้นมีการสลับครบทุกด้าน ซึ่งยางแต่ละล้อจะรับภาระที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ยางหน้าขวา นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนรถให้เลื่อนไหล ล้อหน้าขวาจะอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับด้านคนขับ ภาระที่เพิ่มขึ้น คือ เรื่องของการรับน้ำหนักคนขับพ่วงเข้าไปด้วย เป็นต้น (รูปที่ 4) เมื่อถึง 40,000 กิโลเมตร การสลับยางก็จะเป็นดังเช่น การสลับยางในช่วง 20,000 กิโลเมตร ที่จะทำการสลับยางในลักษณะไขว้กัน โดยยางล้อหน้าขวาจะสลับกับยางล้อหลังซ้าย ยางล้อหลังซ้ายก็เปลี่ยนสลับแทนที่ยางหน้าขวา และยางล้อหน้าซ้ายเปลี่ยนสลับกับยางล้อหลังขวา ยางล้อหลังขวาก็เปลี่ยนไปแทนที่ยางล้อหน้าซ้าย หลังจากนั้นก็ให้ทำการตรวจเช็กหน้ายางว่าย้อนศรหรือไม่ ในกรณีที่ไม่ทราบว่าใส่ยางย้อนศรหรือไม่ วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ ให้สังเกตที่แก้มยางในบางรุ่นจะมีลูกศรชี้บอกทิศของการใส่ยางไปด้านหน้า และในกรณีที่ยางไม่มีลูกศรบอกทิศ ให้สังเกตที่วันเดือนปีที่ผลิตซึ่งจะบอกไว้ที่แก้มยาง ซึ่งในยางบางยี่ห้ออาจบอกไว้เพียงสัปดาห์ที่และปีเท่านั้น ให้ด้านตัวเลขบอกวันเดือนปีผลิตของยางหันออกด้านนอกเสมอ นั่นคือ ด้านยางที่ถูกต้อง ที่มา นิตยสารรถวันนี้ หัวข้อ: Re: สับยาง เริ่มหัวข้อโดย: mudek007 ที่ 01 สิงหาคม 2012, 06:40:43 ถ้าพวกดอกลายสปอร์ทแบบหน้ายางชี้ทางเดียวหรือพวกดอกไม่สมมาตร ได้ความรู้มากคับ..ขอบคุนคับ :oซ้ายขวาไม่เหมือนกัน มักจะสลับแค่หน้ากับหลัง ไม่มีสลับซ้ายขวา แต่ถ้าดอกยางสมมาตร ขวาซ้ายเหมือนกัน สลับตามนี้ สลับยางอย่างถูกวิธี รถแต่ละประเภทจะมีการสึกหรอแตกต่างกัน การสลับยางนั้น มีเหตุผล เพื่อให้การสึกหรอของดอกยางในส่วนของล้อด้านหน้าและล้อด้านหลัง มีการสึกหรอที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ (AW : ALL WHEEL TIME หรือ FULL-TIME) หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ PART-TIME ซึ่งรถแต่ละประเภท จะมีการสึกหรอของยางที่แตกต่างกันไป ตามการขับเคลื่อนของล้อ รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า (FRONT WHEEL DRIVE) ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนของรถ การสึกหรอของยางในคู่หน้าจะมีมากกว่ายางคู่หลังโดยเฉลี่ย 2-3 เท่า ทั้งนี้เนื่องจากภาระต่าง ๆ จะตกอยู่ที่ด้านหน้าเป็นส่วนมาก ทั้งระบบขับเคลื่อนให้ล้อเสียดสีกับพื้นถนนขับเคลื่อนไปข้างหน้า การบังคับทิศทางการเลี้ยวก็ตกอยู่ที่ด้านหน้า รวมถึงการเบรกหยุดความเร็วรถ หากไม่ทำการสลับยางตามกำหนดระยะเวลา ผลที่จะตามมาคือ เรื่องของการสึกหรอของยางทั้ง 4 เส้นจะไม่เท่ากัน และจะส่งผลไปถึงเรื่องของการผิดปรกติของศูนย์รถที่ไม่สมดุล นอกจากนี้ การสึกหรอของยางที่ไม่เท่ากันมาก ๆ เรื่องของการเบรกดึงซ้ายหรือดึงขวาไปด้านใดด้านหนึ่ง ก็เกิดจากสาเหตุของยางประการหนึ่งเช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้หากเกิดขึ้นขณะใช้ความเร็วสูง ๆ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ (รูปที่ 1) การสลับยางที่ดี ควรทำการสลับยางทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร โดยในการสลับยางครั้งแรกจะทำการสลับยางในลักษณะเปลี่ยนยางจากล้อหลังมาไว้ล้อหน้า และเปลี่ยนจากล้อหน้าไปไว้ล้อหลัง ซึ่งในการเปลี่ยนสลับจะทำการสลับเป็นฝั่งไป คือ ยางหน้าฝั่งซ้าย สลับกับยางหลังฝั่งซ้าย และยางหน้าฝั่งขวา สลับกับยางหลังฝั่งขวา ที่สำคัญ หลังการสลับยางเสร็จสิ้นในทุก 10,000 กิโลเมตร ควรทำการถ่วงล้อทั้ง 4 ล้อ ตรวจเช็กสภาพของผ้าเบรกว่าอยู่ในระดับที่ใช้งานได้ปรกติ ตรวจวัดระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจวัดระดับน้ำมันเบรกในกระปุกปั๊ม ตรวจสอบช็อกแอบซอร์เบอร์ และลูกหมาก ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ ตรวจเช็กศูนย์ล้อ รวมถึงเรื่องของการอัดจาระบีดุมล้อ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของระบบช่วงล่าง (รูปที่ 2) หลังจากใช้งานต่อไปจนถึง 20,000 กิโลเมตร หรือครบรอบอีก 10,000 กิโลเมตร การสลับยางครั้งนี้ จะแตกต่างจากการสลับยางใน 10,000 กิโลเมตรแรก ซึ่งวิธีการสลับยางจะเป็นลักษณะไขว้ โดยจะทำการเปลี่ยนยางล้อขวาหน้าไปไว้ล้อหลังซ้าย ล้อหลังซ้ายสลับแทนที่ยางหน้าขวา ส่วนยางหน้าซ้ายจะเปลี่ยนสลับกับยางหลังขวา ซึ่งในการเปลี่ยนสลับยางครั้งนี้ สิ่งที่ต้องสังเกต คือ ทิศของหน้ายาง หรือลูกศรบอกตำแหน่งของยางอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ ในกรณีที่สลับยางแล้วลายดอกยางย้อนศร อันนี้ต้องให้ร้านยางทำการกลับด้านยางให้ถูกต้อง *** หลังจากนั้นให้ทำการตรวจเช็กร่วมเช่นเดียวกับ 10,000 กิโลเมตรในทุกครั้งที่ทำการสลับยาง (รูปที่ 3) เมื่อเข้าถึง 30,000 กิโลเมตร การสลับยางจะเป็นดังเช่นการสลับยางในครั้งแรก นั่นคือ สลับยาง ล้อหน้าซ้ายไปไว้ล้อหลังซ้าย และล้อหน้าขวาสลับยางกับล้อหลังขวา เหตุผลที่ต้องทำการสลับยางในลักษณะเช่นนี้ เพื่อให้ยางทั้ง 4 เส้นมีการสึกหรอที่เท่าเทียมกัน เนื่องจากยางทั้ง 4 เส้นมีการสลับครบทุกด้าน ซึ่งยางแต่ละล้อจะรับภาระที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ยางหน้าขวา นอกเหนือจากการทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนรถให้เลื่อนไหล ล้อหน้าขวาจะอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกับด้านคนขับ ภาระที่เพิ่มขึ้น คือ เรื่องของการรับน้ำหนักคนขับพ่วงเข้าไปด้วย เป็นต้น (รูปที่ 4) เมื่อถึง 40,000 กิโลเมตร การสลับยางก็จะเป็นดังเช่น การสลับยางในช่วง 20,000 กิโลเมตร ที่จะทำการสลับยางในลักษณะไขว้กัน โดยยางล้อหน้าขวาจะสลับกับยางล้อหลังซ้าย ยางล้อหลังซ้ายก็เปลี่ยนสลับแทนที่ยางหน้าขวา และยางล้อหน้าซ้ายเปลี่ยนสลับกับยางล้อหลังขวา ยางล้อหลังขวาก็เปลี่ยนไปแทนที่ยางล้อหน้าซ้าย หลังจากนั้นก็ให้ทำการตรวจเช็กหน้ายางว่าย้อนศรหรือไม่ ในกรณีที่ไม่ทราบว่าใส่ยางย้อนศรหรือไม่ วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ ให้สังเกตที่แก้มยางในบางรุ่นจะมีลูกศรชี้บอกทิศของการใส่ยางไปด้านหน้า และในกรณีที่ยางไม่มีลูกศรบอกทิศ ให้สังเกตที่วันเดือนปีที่ผลิตซึ่งจะบอกไว้ที่แก้มยาง ซึ่งในยางบางยี่ห้ออาจบอกไว้เพียงสัปดาห์ที่และปีเท่านั้น ให้ด้านตัวเลขบอกวันเดือนปีผลิตของยางหันออกด้านนอกเสมอ นั่นคือ ด้านยางที่ถูกต้อง ที่มา นิตยสารรถวันนี้ |