|
|
anodite_studbar
เจ้าสำนัก
    
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 902
I love my CIVIC.
|
 |
« ตอบ #122 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2007, 00:11:56 » |
|
วันนี้เพิ่มเติมข้อมูลที่เป็นประโยชน์หลายเรื่องอยู่พอสมควรครับ ปกติก่อนหน้านี้หลายเดือนก็ไม่มีปัญหาในการขับขี่(หลังจากเปลี่ยนวาวล์น้ำไปแล้ว) พอดีสองสามวันที่ผ่านมาผ่านมารู้สึกว่ารถวูบๆเป็นบางครั้ง และวันนี้(ตอนบ่าย)ขับอยู่ดีๆรถก็ดับไปซะงั้น(ตอนความเร็วต่ำ) ผมก็สตาร์ทแล้วขับต่อ ช่วงที่ขับอยู่ผมก็นึกหลายๆอย่างว่าหลายเดือนนี้ก็ใช้รถไปเยอะเหมือนกันประกอบกับว่าน้ำมันเครื่องก็ใกล้ถึงอายุที่จะต้องเปลี่ยนแล้ว ประกอบกับว่าเดี๋ยวอีกไม่กี่วันนี้ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดและอีกเรื่องนึงคือเรื่องหัวเทียน จำได้ว่าผมเคยเปลี่ยนตอนห้าหมื่นโลกว่า(ช่วงมาติดStepping Motor)  ตอนนี้วิ่งไปเจ็ดหมื่นกว่าโลก็เลยกะว่าจะถือโอกาสเปลี่ยนทั้งชุดเลย โดยคราวนี้เลือกน้ำมันเครื่องของ PTT Super Synthetic 0W-40 (เห็นเขาบอกว่าดีนักดีหนาก็เลยลองสักหน่อย)  ก่อนอื่นก็คงต้องถ่ายน้ำมันเครื่องก่อน ให้สังเกตที่สีของน้ำมันเครื่องที่ออกมา ทั้งๆที่เป็นสังเคราะห์(และใช้เกือบๆจะครบระยะ เหลืออีกสักประมาณพันกว่าโล) สีออกมาค่อนข้างออกไปทางดำขุ่น ซึ่งผมจำได้ว่าตอนที่เติมไปน้ำมันเครื่อง(Shell Synthetic 5W-40)ตอนแรกสียังใสกว่านี้เยอะมาก เมื่อก่อนนี้ผมขับน้ำมัน ครบหมื่นโลผมก็ถ่าย สีที่ออกมารู้สึกว่าจะใสกว่านี้เยอะ ทำให้รู้เลยว่าเวลาเราใช้แก็สเป็นเชื้อเพลิงทำให้น้ำมันเครื่องเสื่อมคุณภาพเร็ว(คิดถูกแล้วที่เปลี่ยน และคิดถูกที่ใช้Synthetic ตั้งแต่เปลี่ยนจาก5,000 โลแรก)  หลังจากนั้นช่างก็ถอดกรองน้ำมันเครื่องแล้วเปลียนตัวใหม่โดยเปลี่ยนแหวนตัวใหม่(ที่มากับกรอง)ด้วย หลังจากที่ถ่ายน้ำมันเก่าออกหมดก็ปิดจุกโดยเปลี่ยนแหวนรองตัวใหม่ด้วยครับ หลังจากนั้นก็ถึงขึ้นตอนการเติมน้ำมันเครื่อง ให้สังเกตที่สีของน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้รุ่นนี้นะครับ สีที่ออกมาค่อนข้างใส่มาก(เดี๋ยวตอนหมื่นโลผมจะเอามาเปรียบเทียบให้ดูอีกทีว่าหลังจากใช้งานแล้ว สีของน้ำมันเครื่องตัวนี้ที่ใช้แล้วหมื่นโลเป็นยังไง)  หลังจากเติมน้ำมันเครื่อง(ใหม่)เสร็จ(ซึ่งใช้พอดี4ลิตร) ผมก็ยังคงไม่ให้เขาสตาร์ท เพราะว่าต้องเปลี่ยนกรองอากาศใหม่กับหัวเทียนก่อน เวลาสตาร์ทเครื่องจะได้จำค่าใหม่ทั้งหมด เป็นผลดีครับ ก็ให้ช่างเขาถอดออกแล้ว(บังเอิญมีค้ำโช้คก็เลยต้องยกขึ้นเพื่อที่จะใส่อันใหม่ลงไป)  ซึ่งหลังจากนั้นช่างเขาอันเก่าออกมา แล้วผมก็เอาอันใหม่ให้เขาใส่ให้ทันที  และนิดนึงสำหรับเรื่องกรองอากาศ ปกติเขาจะให้เปลี่ยนกันทุกๆสองหรือสามหมื่นโล(ถ้าจำไม่ผิด) แต่ว่าด้วยรถผมใช้แก็ส ทุกครั้งที่ผมเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ผมจะเปลี่ยนกรองอากาศใหม่ทันที โดยไม่มีการเป่าแล้วเอากลับมาใช้ใหม่ ซึ่งกรองอากาศที่ใช้ผมจะใช้กรองผ้า ไม่ใช้กรองสแตนเลด เนื่องจากกรองผ้าจะกรองฝุ่นได้ดีกว่ากรองสแตนเลด สำหรับกรองอากาศตัวนี้ผมใช้ของเทียม ซึ่งราคาไม่เกิน250 บาท(ถ้าเป็นของแท้ก็หลายตังอยู่เหมือนกัน) ซึ่งรถแก็สนี้ผมต้องขอบอกว่าอากาศเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับระบบดูด ถ้ากรองดีก็จะทำให้เครื่องไม่โทรมเร็ว แต่ถ้ากรองไม่ดี ฝุ่นลงไปได้ง่าย ปัญหาเครื่องฟังเร็วก็จะเกิดขึ้น อันนี้เป็นกรองที่ใช้แล้ว(เกือบจะครบระยะ) จริงๆดูจากภาพแล้วเหมือนยังใหม่ แต่ถ้ามองใกล้ๆแล้วจะเห็นว่าฝุ่นเกาะผ้ากรองไว้หนาพอสมควร ถึงแม้ว่าจะเป่าฝุ่นออกก็ยังคงเหลือคราบฝุ่นไว้ที่กรอง ซึ่งผมเองก็คิดว่าถึงยังไงเปลี่ยนใหม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับรถแก็สครับ  คราวนี้มาถึงเรื่องต่อไปก็คือเรื่องหัวเทียน คราวนี้หัวเทียนที่ผมให้เขาเปลี่ยนเป็นหัวเทียนของ NGK รุ่นแพลตินั่ม (สี่หัวราคาประมาณหกร้อยกว่าบาท) จริงๆแล้วกะว่าจะเอาอีเรเดียมใส่ลงไปซะเลย แต่ว่าด้วยความที่เป็นรถแก็ส มันจะเผาไหม้ได้เร็ว คิดว่าแค่นี้ก็น่าจะโอเค(แต่ว่าไว้ถ้ามีโอกาสคราวหน้าจะลองดูครับ)  หัวรุ่นนี้เป็นแบบเข็มครับ  หลังจากนั้นช่างก็รื้อฝาพร้อมหัวเทียนเก่าออกมาครับ  หลังจากนั้นก็เอาตัวใหม่ใส่ลงไปแทนตัวเก่าทั้งสี่หัว(สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนหัวเทียนเอง ให้ใช้ปล็อกไขหัวเทียนเบอร์16 ครับ)  ช่างเขาประกอบไป ผมก็เลยเอาหัวเทียนเก่ามาดู  เท่าที่ดูจากสภาพยังคงเผาไหม้ดี และไม่ใช้แค่หัวเดียวนะครับ เผาไหม้ดีทั้งสี่สูบเลยครับ  ช่างเขาก็เดินมาดูเขาก็ถามผมว่ามีสลับไปใช้น้ำมันบางครั้งใช้ไหม ผมก็บอกว่าใช้แล้วถามว่าเขารู้ได้ยังไง เขาก็ให้ข้อมูลที่น่าสนใจตรงนี้ว่า ดูจากสภาพหัวเทียน(ของผม)แล้วไม่ดำเหมือนรถที่ใช้แก็สเพียวๆ ถ้าเป็นพวกนั้นสีจะดำและไหม้กว่านี้เยอะมาก และข้อสำคัญคือสีของการไหม้นี้ยังบ่งบอกถึงสภาพของเครื่องด้วยว่ายังคงสมบูรณ์ ไม่มีอาการหลวมในเครื่อง ซึ่งอันนี้ผมได้จากการที่บางครั้งผมไปธุระหรือว่าบางครั้งที่ว่างๆ ผมจะสตาร์ทน้ำมันเลี้ยงไว้ เพื่อให้วาวล์ไม่แห้ง(ซึ่งทำมาตั้งแต่ตอนแรกๆที่เคยโพสไว้) ซึ่งผลที่ได้วันนี้ก็เป็นที่น่าพอใจว่าเครี่องเรายังสภาพดีอยู่ครับ หลังจากที่เปลี่ยนครบทุกอย่าง ผมก็เอากุญแจให้ช่างเขาสตาร์ทเพื่อจะดูว่าเป็นยังไงบ้าง ผลที่ออกมาคือเครื่องนิ่งมาก(กว่าตอนแรก) เงียบขึ้นมาก แม้แต่ช่างเองยังออกปากเลยครับว่าเงียบขึ้น ซึ่งผมเองก็ยืนดูแล้วสังเกตจากการสั่นของเครื่อง นิ่งอย่างที่ช่างบอกจริงๆครับ พอดีหลังจากเปลี่ยนก็มีไปธุระนิดหน่อย มีโอกาสได้ขึ้นทางด่วน(ช่วงสั้นๆ แต่ทางโล่ง) ก็เลยลองอัดดู รู้สึกว่าขึ้นเร็วดี ทันใจ ที่สำคัญที่รู้สึกได้คือเครื่องลื่นมากครับ บางทีอะไรที่เราคิดว่าเล็กๆน้อยๆไม่สำคัญ แต่ว่าเมื่อทำมาแล้วก็รู้สึกดีครับ สำหรับผลการใช้งาน โดยเฉพาะทางไกลที่กำลังจะไปอีกไม่กี่วันนี้หลังจากที่เปลี่ยนไปแล้วว่าอัตราการวิ่งและกินเป็นยังไง จะเอามาฝากกันอีกทีครับ 
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 มิถุนายน 2007, 00:27:45 โดย anodite_studbar »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ES01 328
เจ้าสำนัก
    
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 941
รถคันใหม่ผมครับใครอยากลองนั่งบ้าง
|
 |
« ตอบ #134 เมื่อ: 02 กรกฎาคม 2007, 10:16:24 » |
|
สู้ค่าน้ำมันไม่ไหว ES01 EXI เลยไปติดมาแล้วครับ LPG ติดหัวฉีด autronic ใช้หัวฉีดเบอร์ jet18 งานติดตั้งโดยรวม โอเค ดีครับ งานเรียบร้อยดี ในระดับที่รับได้ วิ่งไม่ต่างจากน้ำมันเลย (ไม่รู้คิดไปเองอะป่าว ผมว่าวิ่งดีกว่าน้ำมันอีก) แต่ตอนที่เปลี่ยนจากแก๊สเป็นน้ำมัน(ที่รอบเดินเบา+จอด) ปกติรอบเครื่องอยู่ 750 แต่ช่วงเปลี่ยน รอบตกเป็น 550-600 ประมาณซัก 10-20 วินาทีได้ ใครใช้อยู่ ช่วยตอบหน่อย ว่าปกติคุณเป็นอะป่าว ขอบคุณครับ 
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
nanmaster
Gold Member
จอมยุทธ
  
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 404
|
 |
« ตอบ #135 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2007, 11:21:56 » |
|
ผมก็ติดมาแล้วครับ ตอนนี้วิ่งกิโลละ 1 บาทครับ ขับความเร็วระหว่าง 100-140Km/H วิ่งมาจะหมื่นโลแล้วครับ ไม่มีปัญหาอะไร ผมใช้ตาโตครับเครื่อง1.8 ติดระบบดูดพร้อมแลมด้า ไม่มีอาการสะอึกเลยครับ
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
~"รักนี้มีเพื่อมือที่สาม"~ 
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ES01 328
เจ้าสำนัก
    
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 941
รถคันใหม่ผมครับใครอยากลองนั่งบ้าง
|
 |
« ตอบ #145 เมื่อ: 01 สิงหาคม 2007, 09:27:00 » |
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
anodite_studbar
เจ้าสำนัก
    
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 902
I love my CIVIC.
|
 |
« ตอบ #148 เมื่อ: 04 สิงหาคม 2007, 00:32:25 » |
|
วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับ Stepping Motor หรือ Lamda Control ว่าจริงๆแล้วข้างในมันจะเป็นยังไง เรื่องก็มีอยู่ว่าวันหยุดที่ผ่านมา พอดีผมได้ไปธุระหลายที่ แต่อยู่ๆก็เกิดอาการเหมือนคันเร่งหาย รอบวูบไปเฉยๆ ก็เลยคิดว่าเป็นที่แก็สแน่เลย ดันอยู่เลนขวาบนทางด่วนซะด้วย รถมันก็จี้ติดเลย ทำไงดีล่ะ ก็เลยสับเป็นน้ำมัน แค่นั้นแหละครับ รถพุ่งขึ้นผิดหูผิดตาจริงๆ(อันนี้ต้องขอบอกเลยว่าแก็สกับน้ำมันแต่กันที่ความลื่นของมันนี้เอง) หลังจากลงทางด่วนผมก็ลองสตาร์ทแล้วเร่งคันเร่งเพื่อที่จะเป็นแก็ส แต่ว่าอาการวูปก็ปรากฎอีก คราวนี้ทำไงละ พอดีช่วงวันหยุดไม่ว่างก็เลยไม่ได้เข้าไปร้านแก็ส หลังจากวันหยุดสามสีวัน ผมก็ไปที่ร้านให้เขาเช็คให้ ตอนแรกผมก็คิดว่าซีลินอยที่ถังแก็สมันตัด เช็คแล้วก็ทำงาน แต่แก็สไม่มา เปิดมิกเซอร์ดู ดันเจอเทปกาว ไม่รู้ดูดเข้าไปเมื่อไร คราวนี้เอาออกเสร็จแล้วใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ปีกผีเสื้อหน่อย หลังจากนั้นก็ลองอีก ก็ไม่ได้ผล แม้แต่ลองเปลี่ยนมาใช้วาวล์ธรรมดา ก็ใช้ไม่ได้ คราวนี้ผมก็เลยให้ช่างเปลี่ยน Stepping Motor ตัวใหม่ ซึ่งหลังจากนั้นก็ลองสตาร์ท ซึ่งผลที่ได้หายครับ และยังลองเอาตัวเก่าสลับลงไปดู ปรากฎว่าไม่เห็นผล แสดงว่าตัวเก่าเสีย มอเตอร์อาจจะเสียได้ ซึ่งตัวนึงก็ตกอยู่ประมาณพันกว่าบาท ซึ่งเท่าที่ได้สอบถามกับเจ้าของร้านว่าทำไมเสียเร็วจัง เขาก็บอกว่าบางครั้งบางตัวก็อาจจะใช้ได้นาน บางตัวก็ไม่นาน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ทำไงดี ก็คงต้องเสียเงินเปลี่ยน แต่หลังจากเปลี่ยนเสร็จ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็เลยให้เขาจูนใหม่ให้ซะเลย ซึ่งหลังจากนั้นขับออกมาก็โอเคครับ ไม่มีปัญหาอะไรเหมือนตอนแรก ก็แสดงว่าที่เสียคือ Stepping Motor จริง คราวนี้มาดูรูปกันครับ อันนี้คือรูปของ Stepping Motor หรือ Lamda Control (ตัวที่เสียแล้ว)  คราวนี้แกะออกมาดูว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งประกอบได้สองส่วน ส่วนแรกนี้เป็นส่วนเปิดปิดวาวล์โดยไฟฟ้า โดยคำสั่งมาจากกล่องที่จูนไว้ให้เปิดหนา หรือเปิดบางให้ใกล้เคียงน้ำมันครับ  ส่วนนี้คือทำหน้าที่ให้แก็สผ่าน เข้าไปสู่มิกเซอร์   มอเตอร์จะทำงานให้สปริงยืดตัวหรือหดตัวตามรอบเครื่อง เพื่อที่ให้ได้แก็สที่เหมาะสม ไม่เหมือน Power valve ที่เราตั้งแล้ว เวลาหนาไปหรือบางไป มันทำอะไรไม่ได้ ต้องใช้มืออย่างเดียว ซึ่งถ้าเป็น Dimension โดยเฉพาะวีเทคแล้วด้วย ใช้คำเดียวว่านรกครับ ผมเจอมาแล้ว เข็ดเลยครับ  และหลังจากเปลี่ยน Steping Motor แล้ว ผมก็จำได้ว่า Central Lock ประตูผมเสีย ผมก็เลยให้เขารื้อดู ซึ่งรูปร่างหน้าตาดังรูปครับ  ซึ่งตัวมอเตอร์จะมีเพืองข้างในซึ่งเพื่องจะทำงานได้เมื่อมอเตอร์ทำงาน แล้วมันก็จะล็อกหรือปลดล็อก แล้วคุณเชื่อหรือไม่ครับ ตัวมอเตอร์คล้ายๆมอเตอร์รถเด็กเล่นเลยครับ  แต่จริงๆ มอเตอร์นี้เป็นมอเตอร์รอบจัดเพื่อทำหน้าที่ล็อกหรือปลดล็อกประตู เมื่อต่อเข้าแกนกลอนประตู มันก็จะชักขึ้นลง แต่เมื่อมอเตอร์นี้เสีย มันก็ไม่ล็อกและไม่ปลดล็อกใดๆทั้งสิ้น ผมก็เลยเปลี่ยนใหม่เลยครับ ราคาอยู่ประมาณ 4-5 ร้อยบาท(พร้อมค่าแรง) ซึ่งผมเองตอนแรกก็คิดว่าเป็นพัน แต่ถ้าราคาแค่นี้เปลี่ยนใหม่ดีกว่า จะได้ไม่มีปัญหา มานั่งกังวลว่าประตูล็อกหรือยัง ซึ่งก็เป็นอะไรที่ไม่น่าจะเจอก็เจอ ก็เลยเอามาเล่าสู่กันฟังครับป๋ม 
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|